อัพเดทล่าสุด: สิงหาคม 2569 · เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight ผู้จัดจำหน่ายโคมไฟคลีนรูมและระบบแสงสว่างอุตสาหกรรมกว่า 15 ปี
ห้องคลีนรูม หรือ Cleanroom คือพื้นที่ควบคุมที่ได้รับการออกแบบให้มีปริมาณอนุภาคแขวนลอยในอากาศไม่เกินค่าที่กำหนด โดยต้องควบคุมตั้งแต่ระบบปรับอากาศ วัสดุภายในห้อง บุคลากร การนำวัสดุเข้า–ออก ไปจนถึงการทำความสะอาดและการบำรุงรักษา ดังนั้นห้องที่มีผนังสีขาว ติดแอร์ และใช้แผ่นกรอง HEPA ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นห้องคลีนรูมได้ จนกว่าจะผ่านการตรวจวัดและจำแนกระดับความสะอาดตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้สรุปลักษณะห้องที่ถูกต้อง มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ค่าแสงที่ควรใช้ และวิธีเลือกโคมไฟคลีนรูมให้เหมาะกับพื้นที่จริง
ผนัง ฝ้าเพดาน พื้น ประตู และอุปกรณ์ภายในห้องควรมีพื้นผิวเรียบ ไม่แตกร้าว ไม่ดูดซึมน้ำ ไม่ปล่อยฝุ่น และทนต่อสารทำความสะอาดหรือสารฆ่าเชื้อที่ใช้งานจริง ควรลดรอยต่อ ซอก มุม บัวนูน ชั้นวาง และอุปกรณ์ที่ยื่นออกมาจากผนัง เพราะเป็นตำแหน่งสะสมฝุ่นและจุลินทรีย์ ส่วนรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังควรออกแบบเป็นมุมโค้งเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย
ตาม EU GMP Annex 1: พื้นผิวที่เปิดสัมผัสภายในห้องคลีนรูมและ critical zone ต้องเรียบ ไม่ซึมผ่าน และไม่มีรอยแตก เพื่อลดการหลุดร่วงและสะสมของอนุภาคหรือจุลินทรีย์ รวมถึงฝ้าเพดานต้องออกแบบและปิดผนึกเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนจากพื้นที่เหนือฝ้า (EU GMP Annex 1)
ระบบ HVAC ต้องจ่ายอากาศที่ผ่านแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง เช่น HEPA หรือระบบกรองที่เหมาะกับระดับความสะอาดและกระบวนการผลิต รูปแบบการไหลของอากาศแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะสำคัญ
จำนวนครั้งการหมุนเวียนอากาศต่อชั่วโมงหรือ ACH ไม่ได้กำหนดตายตัวจาก ISO Class เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนวณจากปริมาณความร้อน จำนวนบุคลากร เครื่องจักร กระบวนการ และอัตราการฟื้นคืนความสะอาดของห้อง
ห้องที่ต้องการปกป้องผลิตภัณฑ์มักใช้ความดันบวก เพื่อให้อากาศไหลจากพื้นที่สะอาดกว่าไปยังพื้นที่สะอาดน้อยกว่า ในทางกลับกัน ห้องที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค สารพิษ สารกัมมันตรังสี หรือสารที่ต้องควบคุมไม่ให้แพร่กระจาย อาจต้องใช้ความดันลบ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าห้องคลีนรูมทุกห้องต้องเป็นความดันบวก
ค่าอ้างอิง: EU GMP Annex 1 แนะนำค่าความแตกต่างความดันระหว่างห้องต่างระดับความสะอาดอย่างน้อยประมาณ 10 Pascal โดยต้องพิจารณาร่วมกับ Contamination Control Strategy หรือ CCS ของโรงงาน
ควรมีห้องเปลี่ยนชุด Airlock และ Pass Box สำหรับควบคุมการเข้าออก โดยแยกเส้นทางบุคลากร วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และของเสียให้ชัดเจน ประตู Airlock ไม่ควรเปิดพร้อมกัน และในพื้นที่วิกฤตควรใช้ระบบ Interlock เพื่อป้องกันการสูญเสียความดันและลดการนำสิ่งปนเปื้อนเข้าห้อง
ค่าที่ควรตรวจติดตามตามความเสี่ยง ได้แก่ จำนวนอนุภาคในอากาศ ความดันแตกต่างระหว่างห้อง อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ความเร็วและทิศทางลม จุลินทรีย์ในอากาศและบนพื้นผิวสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง สภาพแผ่นกรอง HEPA และประสิทธิภาพการฟื้นคืนความสะอาดของห้อง อุณหภูมิและความชื้นไม่มีค่ากลางที่ใช้ได้กับทุกห้อง ต้องกำหนดจากผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ความสบายของผู้ปฏิบัติงาน และข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรม
ไม่มีมาตรฐานฉบับเดียวที่ครอบคลุมห้องคลีนรูมทุกประเภท โดยทั่วไปต้องใช้ ISO 14644 เป็นมาตรฐานพื้นฐาน แล้วเพิ่มข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรม
ณ เดือนสิงหาคม 2569 ฉบับที่เผยแพร่และยังเป็นฉบับปัจจุบันของมาตรฐานการจำแนกห้องคือ ISO 14644-1:2015 ส่วนข้อกำหนดด้านการออกแบบอ้างอิง ISO 14644-4:2022 และการปฏิบัติงานอ้างอิง ISO 14644-5:2025
จำนวนอนุภาคขนาดตั้งแต่ 0.5 ไมโครเมตรขึ้นไปต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร มีค่าจำกัดโดยประมาณดังนี้
| ระดับความสะอาด | จำนวนอนุภาค ≥0.5 µm สูงสุด |
|---|---|
| ISO Class 5 | 3,520 อนุภาค/ลบ.ม. |
| ISO Class 6 | 35,200 อนุภาค/ลบ.ม. |
| ISO Class 7 | 352,000 อนุภาค/ลบ.ม. |
| ISO Class 8 | 3,520,000 อนุภาค/ลบ.ม. |
เวลาระบุข้อกำหนดควรระบุให้ครบ เช่น "ISO Class 7 ที่สภาวะใช้งานจริง หรือ Operational" เพราะผลตรวจอาจแตกต่างกันระหว่างสภาวะ As-built, At-rest และ Operational
ยาและผลิตภัณฑ์ปราศจากเชื้อ
GMP / PIC/S Annex 1
แบ่งพื้นที่เป็น Grade A, B, C และ D
เครื่องมือแพทย์
ISO 13485
ใช้ร่วมกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ
อาหารและเครื่องดื่ม
GMP / HACCP / ISO 22000
ใช้ร่วมกับข้อกำหนดสุขลักษณะ
อิเล็กทรอนิกส์ / เซมิคอนดักเตอร์
ISO 14644 ร่วมกับ ESD
ใช้ร่วมกับข้อกำหนดสารปนเปื้อนเฉพาะกระบวนการ
Grade A ถึง D ของอุตสาหกรรมยาไม่ควรนำไปเทียบกับ ISO Class แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะ GMP ยังควบคุมจุลินทรีย์ สภาวะการใช้งาน กระบวนการ และ CCS เพิ่มเติมด้วย
ISO Class ไม่ได้เป็นตัวกำหนดค่า Lux ของห้อง ห้อง ISO Class 5 จึงไม่จำเป็นต้องสว่างกว่าห้อง ISO Class 7 เสมอไป ค่าแสงต้องเลือกจากขนาดชิ้นงาน ความละเอียดในการตรวจสอบ ระยะเวลาทำงาน อายุผู้ปฏิบัติงาน และความแตกต่างของสี
| พื้นที่หรือลักษณะงาน | ค่าความสว่างคงสภาพที่แนะนำ |
|---|---|
| ทางเดิน Airlock และห้องเปลี่ยนชุด | ประมาณ 300 ลักซ์ |
| งานผลิตหรือปฏิบัติงานทั่วไป | ประมาณ 500 ลักซ์ |
| ห้องปฏิบัติการ งานประกอบและงานละเอียด | 750–1,000 ลักซ์ |
| งานตรวจสอบตำหนิหรือรายละเอียดสูง | 1,000–1,500 ลักซ์ หรือเพิ่ม Task Light |
| งานตรวจสอบสี | กำหนดตามกระบวนการ พร้อมใช้ CRI สูง |
สำหรับห้องคลีนรูมทั่วไป สามารถเริ่มออกแบบที่ 500 ลักซ์บนระนาบทำงาน แต่ถ้าเป็นงาน QC งานประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็ก หรืองานตรวจตำหนิ ควรเพิ่มเป็น 750–1,000 ลักซ์หรือสูงกว่าตามลักษณะงาน ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเริ่มต้นในการออกแบบ ไม่ใช่ค่าที่ ISO 14644 บังคับ โครงการควรตรวจสอบกับ ISO/CIE 8995-1:2025 สำหรับแสงสว่างในสถานที่ทำงานภายในอาคาร และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องมาตรฐานความเข้มของแสงสว่างของไทยประกอบกัน
กฎหมายไทย: กำหนดให้วัดพื้นที่ทั่วไปในแนวราบสูงจากพื้น 75 เซนติเมตร ส่วนงานที่ใช้สายตามองเฉพาะจุดต้องวัดบริเวณชิ้นงานหรือ Workstation และต้องตรวจในสภาพการทำงานปกติช่วงที่มีแสงธรรมชาติน้อยที่สุด (หลักเกณฑ์การตรวจวัดแสงสว่าง พ.ศ. 2561)
ค่าแสงที่ระบุในแบบควรเป็น Maintained Illuminance หรือค่าที่คาดว่าจะยังเหลือหลังใช้งานและเกิดการเสื่อมสภาพแล้ว ไม่ใช่เฉพาะค่า Lux เมื่อโคมยังใหม่
โคมไฟคลีนรูมควรติดตั้งเสมอฝ้า มีพื้นผิวด้านห้องเรียบ ไม่มีซอก ไม่มีสกรูนูน และไม่สร้างขอบที่สะสมฝุ่น รูปทรงของโคมต้องไม่รบกวนการเช็ดทำความสะอาด การที่โคมมีค่า IP สูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับห้องคลีนรูม เพราะ IP แสดงการป้องกันฝุ่นและน้ำเข้าสู่โคม แต่ไม่ได้ยืนยันการปล่อยอนุภาค ความสามารถในการทำความสะอาด หรือความทนต่อสารฆ่าเชื้อ
ห้องคลีนรูมทั่วไป
IP65
จุดเริ่มต้นที่นิยมสำหรับพื้นที่ไม่มีการฉีดล้าง
พื้นที่ฉีดล้างทำความสะอาด
IP66
เหมาะกับการทำความสะอาดเข้มข้นเป็นประจำ
โรงงานอาหาร / ระบบ CIP
IP69K
ทนน้ำแรงดันสูงและไอน้ำร้อน ระดับสูงสุดของมาตรฐาน IEC
ห้องทั่วไปที่ไม่มีการล้างด้วยน้ำอาจเลือกตามผลการประเมินความเสี่ยงได้ ISO Class ไม่ได้บังคับว่าโคมต้องเป็น IP65 หรือ IP66 จึงต้องเลือก IP จากวิธีทำความสะอาด ปริมาณฝุ่น ความชื้น และกระบวนการจริง
ควรตรวจสอบว่าตัวโคม เลนส์ ซีล และปะเก็นทนต่อสารที่โรงงานใช้ เช่น แอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือ VHP หากใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหรือยา ควรเลือกเลนส์ที่ไม่แตกกระจายง่าย หรือมีมาตรการป้องกันเศษวัสดุตกลงบนผลิตภัณฑ์
ตรวจสอบหลักฐาน Cleanroom Compatibility ก่อนตัดสินใจ
การวางตำแหน่งโคมต้องประสานกับตำแหน่ง HEPA Filter ช่องลมกลับ Sprinkler เครื่องตรวจจับควัน และอุปกรณ์บนฝ้าทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ Unidirectional Airflow โคมไฟต้องไม่ขวางลมหรือทำให้เกิดกระแสลมวนเหนือผลิตภัณฑ์ ควรคำนวณแสงจากห้องจริง โดยใส่ข้อมูลความสูงฝ้า ระนาบทำงาน สีผนัง ตำแหน่งเครื่องจักร เงาบัง และค่าเสื่อมสภาพของระบบ ไม่ควรคำนวณจากจำนวนวัตต์ต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว รอยต่อระหว่างโคมกับฝ้าต้องใช้ปะเก็นหรือซีลที่เหมาะสม ช่องเดินสายและจุดเจาะต้องปิดผนึกเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วของอากาศหรือเป็นทางนำฝุ่นจากพื้นที่เหนือฝ้า ถ้าเป็นพื้นที่วิกฤต ควรพิจารณาโคมที่สามารถบำรุงรักษาจาก Technical Ceiling หรือด้านนอกห้อง เพื่อลดการเปิดโคมและทำงานซ่อมภายในพื้นที่สะอาด
หลังติดตั้งหรือเปลี่ยนโคมควรตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้ ค่าเฉลี่ยและค่าต่ำสุดของความสว่าง ความสม่ำเสมอและปัญหาแสงบาดตา ระบบไฟฉุกเฉิน ความเรียบร้อยของซีลและรอยต่อฝ้า ทิศทางและรูปแบบการไหลของอากาศ ความดันแตกต่างระหว่างห้อง การรั่วของ HEPA และจำนวนอนุภาคหากการติดตั้งกระทบระบบห้อง รวมถึงเอกสาร Change Control และการทวนสอบห้องตามระดับความเสี่ยง
สองซีรีส์หลักที่ SacredLight ออกแบบมาสำหรับโรงงานอาหาร ห้องเย็น และห้องคลีนรูมโดยเฉพาะ ทั้งคู่ผ่านมาตรฐาน NSF และ IP69K ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของการทนน้ำแรงดันสูงตามมาตรฐาน IEC เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องล้างทำความสะอาดเข้มข้น และยังใช้ได้กับห้องคลีนรูมทั่วไปที่ต้องการเพียง IP65 ขึ้นไปเช่นกัน
คลีนรูม / โรงงานอาหาร สเปกสูงสุด
SacredLight CLEAN-4 Series
100–180W ชิป Lumileds ประสิทธิภาพ 165 lm/W, IP69K, ทนกัดกร่อนระดับ C4 (ISO 12944), เลนส์ PMMA ล้างด้วยกรด–ด่างได้, ออกแบบไม่มีสกรูด้านหน้าลดความเสี่ยงวัตถุแปลกปลอมหลุดร่วง, ผ่านมาตรฐาน NSF และ มอก.1955-2551, รับประกัน 5 ปี
คลีนรูม / โรงงานอาหาร Food Grade
SacredLight MASTERPRO-C Series
100–200W ชิป Lumileds ประสิทธิภาพ 155 lm/W, IP66/IP69K, ทนแรงดันไฟกระชาก Surge 10kV, ผิวโค้งมนไม่สะสมฝุ่น (รางวัล Reddot Design Award), ผ่านมาตรฐาน NSF, รับประกัน 5 ปี
ทั้งสองรุ่นเป็นสเปกที่สูงกว่าค่าต่ำสุดที่ ISO 14644 กำหนดไว้ หากพื้นที่ของท่านเป็นห้องคลีนรูมทั่วไปที่ไม่ได้ล้างด้วยน้ำแรงดันสูง สามารถแจ้งทีมวิศวกรให้ช่วยเทียบสเปคและงบประมาณให้เหมาะกับระดับความสะอาดที่ต้องการจริงได้
ห้องคลีนรูมที่ถูกต้องต้องได้รับการออกแบบเป็นระบบ ไม่ใช่เลือกเฉพาะแผ่นกรองอากาศหรือโคมไฟที่มีค่า IP สูง การกำหนด ISO Class ต้องเริ่มจากความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ส่วนค่าแสงต้องเลือกตามความละเอียดของงาน สำหรับการออกแบบเบื้องต้น ห้องคลีนรูมทั่วไปสามารถเริ่มที่ประมาณ 500 ลักซ์ งานละเอียดควรอยู่ที่ 750–1,000 ลักซ์ และงานตรวจสอบวิกฤตอาจต้องใช้ 1,000–1,500 ลักซ์หรือเพิ่มไฟเฉพาะจุด โดยควรตรวจสอบกฎหมายและมาตรฐานเฉพาะของอุตสาหกรรมก่อนสรุปแบบทุกครั้ง
แจ้งขนาดพื้นที่ ระดับความสะอาด และกระบวนการทำความสะอาด ทีมวิศวกร SacredLight คำนวณค่าแสงด้วย DIALux และแนะนำโคมไฟคลีนรูมที่เหมาะสมให้ฟรี
ปรึกษาทีมวิศวกรฟรีทาง LINEยังไม่ถือว่าเป็นห้องคลีนรูม จนกว่าจะผ่านการตรวจวัดและจำแนกระดับความสะอาดตามมาตรฐาน เช่น ISO 14644-1 เพราะห้องคลีนรูมต้องควบคุมทั้งระบบอากาศ วัสดุ บุคลากร และการบำรุงรักษาร่วมกัน ไม่ใช่แค่ติดแผ่นกรองอากาศ
ขึ้นกับอุตสาหกรรมและกระบวนการ ไม่มีค่าตายตัว โรงงานอาหารทั่วไปมักอยู่ที่ ISO Class 7-8 ส่วนโรงงานยาหรือเซมิคอนดักเตอร์อาจต้องการ ISO Class 5-6 ควรกำหนดจากความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และปรึกษาผู้ออกแบบระบบ
ใช้ได้สำหรับห้องคลีนรูมทั่วไปที่ไม่มีการฉีดล้างด้วยน้ำแรงดันสูง แต่พื้นที่ที่ต้องล้างทำความสะอาดบ่อยหรือใช้ระบบ CIP ควรเลือกโคมที่ผ่าน IP69K และควรตรวจสอบเอกสาร Cleanroom Compatibility ควบคู่ไปด้วย เพราะค่า IP ไม่ได้ยืนยันเรื่องการปล่อยอนุภาคหรือความทนสารเคมี
ไม่มีค่าตายตัว ขึ้นกับลักษณะงาน พื้นที่ทั่วไปเริ่มที่ประมาณ 500 ลักซ์ งานประกอบชิ้นส่วนหรือ QC ควรอยู่ที่ 750-1,000 ลักซ์ ส่วนงานตรวจสอบตำหนิหรือรายละเอียดสูงอาจต้องการ 1,000-1,500 ลักซ์หรือเพิ่ม Task Light โดยควรอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO/CIE 8995-1 ร่วมกับกฎหมายไทย
ควรตรวจสอบระดับ ISO Class หรือ GMP Grade ที่ต้องการ ค่า Lux ที่ระนาบทำงาน ชนิดสารทำความสะอาดที่ใช้ ระดับ IP และเอกสารรับรอง Cleanroom Compatibility ของโคมไฟ รวมถึงตำแหน่งติดตั้งที่ไม่รบกวนระบบ HEPA และทิศทางลม
สินค้า โคมไฟห้องคลีนรูม LED ทุกรุ่นของ SacredLight
บทความ DIALux คืออะไร ทำไมโรงงานต้องใช้ก่อนซื้อโคม
บริการ ออกแบบระบบแสงสว่างและติดตั้งครบวงจร (Lighting Design)
เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight · อ้างอิง: EU GMP Annex 1, ISO 14644-1/4/5/14, ISO/CIE 8995-1:2025, หลักเกณฑ์การตรวจวัดแสงสว่าง พ.ศ. 2561 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) · อัพเดทล่าสุด: สิงหาคม 2569
11 สิงหาคม 2569
ผู้ชม 13 ครั้ง