โทร
LINE
อีเมล
02-348-0524
@SLLED
info@sacredlight.co.th
slled.official .

Sacred Light Co., Ltd. (SL)

Your Reliable LED Partner with Expert Turn-Key Installation Team

Contact us

ดูบทความห้องคลีนรูมที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร พร้อมแนวทางเลือกและติดตั้งโคมไฟคลีนรูม

ห้องคลีนรูมที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร พร้อมแนวทางเลือกและติดตั้งโคมไฟคลีนรูม

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

อัพเดทล่าสุด: สิงหาคม 2569  ·  เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight ผู้จัดจำหน่ายโคมไฟคลีนรูมและระบบแสงสว่างอุตสาหกรรมกว่า 15 ปีห้องคลีนรูมและโคมไฟคลีนรูม LED มาตรฐาน ISO 14644 โดย SacredLight

ห้องคลีนรูม หรือ Cleanroom คือพื้นที่ควบคุมที่ได้รับการออกแบบให้มีปริมาณอนุภาคแขวนลอยในอากาศไม่เกินค่าที่กำหนด โดยต้องควบคุมตั้งแต่ระบบปรับอากาศ วัสดุภายในห้อง บุคลากร การนำวัสดุเข้า–ออก ไปจนถึงการทำความสะอาดและการบำรุงรักษา ดังนั้นห้องที่มีผนังสีขาว ติดแอร์ และใช้แผ่นกรอง HEPA ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นห้องคลีนรูมได้ จนกว่าจะผ่านการตรวจวัดและจำแนกระดับความสะอาดตามมาตรฐานที่กำหนด บทความนี้สรุปลักษณะห้องที่ถูกต้อง มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ค่าแสงที่ควรใช้ และวิธีเลือกโคมไฟคลีนรูมให้เหมาะกับพื้นที่จริง

ห้องคลีนรูมที่ถูกต้องต้องมีลักษณะอย่างไร

พื้นผิวต้องเรียบและทำความสะอาดง่าย

ผนัง ฝ้าเพดาน พื้น ประตู และอุปกรณ์ภายในห้องควรมีพื้นผิวเรียบ ไม่แตกร้าว ไม่ดูดซึมน้ำ ไม่ปล่อยฝุ่น และทนต่อสารทำความสะอาดหรือสารฆ่าเชื้อที่ใช้งานจริง ควรลดรอยต่อ ซอก มุม บัวนูน ชั้นวาง และอุปกรณ์ที่ยื่นออกมาจากผนัง เพราะเป็นตำแหน่งสะสมฝุ่นและจุลินทรีย์ ส่วนรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังควรออกแบบเป็นมุมโค้งเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ตาม EU GMP Annex 1: พื้นผิวที่เปิดสัมผัสภายในห้องคลีนรูมและ critical zone ต้องเรียบ ไม่ซึมผ่าน และไม่มีรอยแตก เพื่อลดการหลุดร่วงและสะสมของอนุภาคหรือจุลินทรีย์ รวมถึงฝ้าเพดานต้องออกแบบและปิดผนึกเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนจากพื้นที่เหนือฝ้า (EU GMP Annex 1)

ต้องมีระบบกรองและควบคุมทิศทางอากาศ

ระบบ HVAC ต้องจ่ายอากาศที่ผ่านแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง เช่น HEPA หรือระบบกรองที่เหมาะกับระดับความสะอาดและกระบวนการผลิต รูปแบบการไหลของอากาศแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะสำคัญ

  • Unidirectional airflow — อากาศไหลไปในทิศทางเดียวอย่างสม่ำเสมอ เหมาะกับพื้นที่วิกฤตที่ต้องปกป้องผลิตภัณฑ์
  • Non-unidirectional / mixed airflow — ใช้การเจือจางและระบายสิ่งปนเปื้อน เหมาะกับห้องคลีนรูมทั่วไปตามระดับความเสี่ยง

จำนวนครั้งการหมุนเวียนอากาศต่อชั่วโมงหรือ ACH ไม่ได้กำหนดตายตัวจาก ISO Class เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนวณจากปริมาณความร้อน จำนวนบุคลากร เครื่องจักร กระบวนการ และอัตราการฟื้นคืนความสะอาดของห้อง

ควบคุมความดันตามวัตถุประสงค์

ห้องที่ต้องการปกป้องผลิตภัณฑ์มักใช้ความดันบวก เพื่อให้อากาศไหลจากพื้นที่สะอาดกว่าไปยังพื้นที่สะอาดน้อยกว่า ในทางกลับกัน ห้องที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค สารพิษ สารกัมมันตรังสี หรือสารที่ต้องควบคุมไม่ให้แพร่กระจาย อาจต้องใช้ความดันลบ จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าห้องคลีนรูมทุกห้องต้องเป็นความดันบวก

ค่าอ้างอิง: EU GMP Annex 1 แนะนำค่าความแตกต่างความดันระหว่างห้องต่างระดับความสะอาดอย่างน้อยประมาณ 10 Pascal โดยต้องพิจารณาร่วมกับ Contamination Control Strategy หรือ CCS ของโรงงาน

แยกเส้นทางบุคลากรและวัสดุ

ควรมีห้องเปลี่ยนชุด Airlock และ Pass Box สำหรับควบคุมการเข้าออก โดยแยกเส้นทางบุคลากร วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ และของเสียให้ชัดเจน ประตู Airlock ไม่ควรเปิดพร้อมกัน และในพื้นที่วิกฤตควรใช้ระบบ Interlock เพื่อป้องกันการสูญเสียความดันและลดการนำสิ่งปนเปื้อนเข้าห้อง

มีระบบตรวจติดตามและแผนบำรุงรักษา

ค่าที่ควรตรวจติดตามตามความเสี่ยง ได้แก่ จำนวนอนุภาคในอากาศ ความดันแตกต่างระหว่างห้อง อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ความเร็วและทิศทางลม จุลินทรีย์ในอากาศและบนพื้นผิวสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง สภาพแผ่นกรอง HEPA และประสิทธิภาพการฟื้นคืนความสะอาดของห้อง อุณหภูมิและความชื้นไม่มีค่ากลางที่ใช้ได้กับทุกห้อง ต้องกำหนดจากผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ความสบายของผู้ปฏิบัติงาน และข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรม

ห้องคลีนรูมต้องใช้มาตรฐานอะไรบ้าง

ไม่มีมาตรฐานฉบับเดียวที่ครอบคลุมห้องคลีนรูมทุกประเภท โดยทั่วไปต้องใช้ ISO 14644 เป็นมาตรฐานพื้นฐาน แล้วเพิ่มข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรม

มาตรฐาน ISO 14644 ที่เกี่ยวข้อง

  • ISO 14644-1 — ใช้จำแนกระดับความสะอาดตามจำนวนอนุภาคในอากาศ
  • ISO 14644-2 — ใช้กำหนดแผนตรวจติดตามเพื่อยืนยันสมรรถนะของห้อง
  • ISO 14644-3 — ครอบคลุมวิธีทดสอบ เช่น Airflow, HEPA Integrity และ Recovery Test
  • ISO 14644-4 — ครอบคลุมการกำหนดความต้องการ ออกแบบ ก่อสร้าง และเริ่มใช้งานห้อง
  • ISO 14644-5 — ครอบคลุมการปฏิบัติงาน บุคลากร การนำวัสดุเข้าออก การทำความสะอาดและบำรุงรักษา
  • ISO 14644-14 — ใช้ประเมินความเหมาะสมของอุปกรณ์ในด้านการปล่อยอนุภาคสู่อากาศ

ณ เดือนสิงหาคม 2569 ฉบับที่เผยแพร่และยังเป็นฉบับปัจจุบันของมาตรฐานการจำแนกห้องคือ ISO 14644-1:2015 ส่วนข้อกำหนดด้านการออกแบบอ้างอิง ISO 14644-4:2022 และการปฏิบัติงานอ้างอิง ISO 14644-5:2025

ตัวอย่างจำนวนอนุภาคตาม ISO Class

จำนวนอนุภาคขนาดตั้งแต่ 0.5 ไมโครเมตรขึ้นไปต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร มีค่าจำกัดโดยประมาณดังนี้

ระดับความสะอาด จำนวนอนุภาค ≥0.5 µm สูงสุด
ISO Class 5 3,520 อนุภาค/ลบ.ม.
ISO Class 6 35,200 อนุภาค/ลบ.ม.
ISO Class 7 352,000 อนุภาค/ลบ.ม.
ISO Class 8 3,520,000 อนุภาค/ลบ.ม.

เวลาระบุข้อกำหนดควรระบุให้ครบ เช่น "ISO Class 7 ที่สภาวะใช้งานจริง หรือ Operational" เพราะผลตรวจอาจแตกต่างกันระหว่างสภาวะ As-built, At-rest และ Operational

มาตรฐานเฉพาะอุตสาหกรรม

ยาและผลิตภัณฑ์ปราศจากเชื้อ

GMP / PIC/S Annex 1

แบ่งพื้นที่เป็น Grade A, B, C และ D

เครื่องมือแพทย์

ISO 13485

ใช้ร่วมกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ

อาหารและเครื่องดื่ม

GMP / HACCP / ISO 22000

ใช้ร่วมกับข้อกำหนดสุขลักษณะ

อิเล็กทรอนิกส์ / เซมิคอนดักเตอร์

ISO 14644 ร่วมกับ ESD

ใช้ร่วมกับข้อกำหนดสารปนเปื้อนเฉพาะกระบวนการ

Grade A ถึง D ของอุตสาหกรรมยาไม่ควรนำไปเทียบกับ ISO Class แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะ GMP ยังควบคุมจุลินทรีย์ สภาวะการใช้งาน กระบวนการ และ CCS เพิ่มเติมด้วย

ค่าแสงสว่างที่เหมาะสมสำหรับห้องคลีนรูม

ISO Class ไม่ได้เป็นตัวกำหนดค่า Lux ของห้อง ห้อง ISO Class 5 จึงไม่จำเป็นต้องสว่างกว่าห้อง ISO Class 7 เสมอไป ค่าแสงต้องเลือกจากขนาดชิ้นงาน ความละเอียดในการตรวจสอบ ระยะเวลาทำงาน อายุผู้ปฏิบัติงาน และความแตกต่างของสี

พื้นที่หรือลักษณะงาน ค่าความสว่างคงสภาพที่แนะนำ
ทางเดิน Airlock และห้องเปลี่ยนชุด ประมาณ 300 ลักซ์
งานผลิตหรือปฏิบัติงานทั่วไป ประมาณ 500 ลักซ์
ห้องปฏิบัติการ งานประกอบและงานละเอียด 750–1,000 ลักซ์
งานตรวจสอบตำหนิหรือรายละเอียดสูง 1,000–1,500 ลักซ์ หรือเพิ่ม Task Light
งานตรวจสอบสี กำหนดตามกระบวนการ พร้อมใช้ CRI สูง

สำหรับห้องคลีนรูมทั่วไป สามารถเริ่มออกแบบที่ 500 ลักซ์บนระนาบทำงาน แต่ถ้าเป็นงาน QC งานประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็ก หรืองานตรวจตำหนิ ควรเพิ่มเป็น 750–1,000 ลักซ์หรือสูงกว่าตามลักษณะงาน ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเริ่มต้นในการออกแบบ ไม่ใช่ค่าที่ ISO 14644 บังคับ โครงการควรตรวจสอบกับ ISO/CIE 8995-1:2025 สำหรับแสงสว่างในสถานที่ทำงานภายในอาคาร และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องมาตรฐานความเข้มของแสงสว่างของไทยประกอบกัน

กฎหมายไทย: กำหนดให้วัดพื้นที่ทั่วไปในแนวราบสูงจากพื้น 75 เซนติเมตร ส่วนงานที่ใช้สายตามองเฉพาะจุดต้องวัดบริเวณชิ้นงานหรือ Workstation และต้องตรวจในสภาพการทำงานปกติช่วงที่มีแสงธรรมชาติน้อยที่สุด (หลักเกณฑ์การตรวจวัดแสงสว่าง พ.ศ. 2561)

คุณภาพแสงที่ต้องพิจารณาร่วมกับค่า Lux

  • CRI / Ra — ไม่น้อยกว่า 80 สำหรับงานทั่วไป ไม่น้อยกว่า 90 สำหรับงานตรวจสี งานตรวจตำหนิ หรืองานที่ต้องแยกแยะรายละเอียด
  • อุณหภูมิสี — ประมาณ 4,000–5,000K เพื่อให้มองเห็นชัดและรักษาความตื่นตัว
  • ความสม่ำเสมอ — แสงต้องไม่มีจุดมืดและเงาจากเครื่องจักร ควบคุมแสงบาดตาและแสงสะท้อนจากพื้นผิวสเตนเลส
  • ไดรเวอร์กะพริบต่ำ — สำคัญโดยเฉพาะพื้นที่ตรวจสอบหรือใช้กล้อง รวมถึงต้องมีระบบไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ค่าแสงที่ระบุในแบบควรเป็น Maintained Illuminance หรือค่าที่คาดว่าจะยังเหลือหลังใช้งานและเกิดการเสื่อมสภาพแล้ว ไม่ใช่เฉพาะค่า Lux เมื่อโคมยังใหม่

วิธีเลือกและติดตั้งโคมไฟคลีนรูมให้ถูกต้อง

เลือกโคมที่ออกแบบสำหรับ Cleanroom โดยเฉพาะ

โคมไฟคลีนรูมควรติดตั้งเสมอฝ้า มีพื้นผิวด้านห้องเรียบ ไม่มีซอก ไม่มีสกรูนูน และไม่สร้างขอบที่สะสมฝุ่น รูปทรงของโคมต้องไม่รบกวนการเช็ดทำความสะอาด การที่โคมมีค่า IP สูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับห้องคลีนรูม เพราะ IP แสดงการป้องกันฝุ่นและน้ำเข้าสู่โคม แต่ไม่ได้ยืนยันการปล่อยอนุภาค ความสามารถในการทำความสะอาด หรือความทนต่อสารฆ่าเชื้อ

ระดับ IP ที่ควรพิจารณา

ห้องคลีนรูมทั่วไป

IP65

จุดเริ่มต้นที่นิยมสำหรับพื้นที่ไม่มีการฉีดล้าง

พื้นที่ฉีดล้างทำความสะอาด

IP66

เหมาะกับการทำความสะอาดเข้มข้นเป็นประจำ

โรงงานอาหาร / ระบบ CIP

IP69K

ทนน้ำแรงดันสูงและไอน้ำร้อน ระดับสูงสุดของมาตรฐาน IEC

ห้องทั่วไปที่ไม่มีการล้างด้วยน้ำอาจเลือกตามผลการประเมินความเสี่ยงได้ ISO Class ไม่ได้บังคับว่าโคมต้องเป็น IP65 หรือ IP66 จึงต้องเลือก IP จากวิธีทำความสะอาด ปริมาณฝุ่น ความชื้น และกระบวนการจริง

วัสดุต้องทนสารเคมี

ควรตรวจสอบว่าตัวโคม เลนส์ ซีล และปะเก็นทนต่อสารที่โรงงานใช้ เช่น แอลกอฮอล์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือ VHP หากใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหรือยา ควรเลือกเลนส์ที่ไม่แตกกระจายง่าย หรือมีมาตรการป้องกันเศษวัสดุตกลงบนผลิตภัณฑ์

ตรวจสอบหลักฐาน Cleanroom Compatibility ก่อนตัดสินใจ

  • ควรขอเอกสารที่ระบุรุ่นสินค้า วิธีทดสอบ สภาวะการทำงาน และระดับความสะอาดที่อุปกรณ์เหมาะสม ไม่ควรพิจารณาจากข้อความว่า "ใช้ในคลีนรูมได้" เพียงอย่างเดียว
  • ISO 14644-14:2026 ใช้ประเมินอุปกรณ์ด้านการปล่อยอนุภาคสู่อากาศเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมความสะอาดของพื้นผิว ความทนสารฆ่าเชื้อ หรือการปนเปื้อนทางชีวภาพ ผู้ซื้อจึงต้องขอหลักฐานด้านเหล่านี้แยกต่างหาก

วางตำแหน่งโคมไม่ให้รบกวนระบบอากาศ

การวางตำแหน่งโคมต้องประสานกับตำแหน่ง HEPA Filter ช่องลมกลับ Sprinkler เครื่องตรวจจับควัน และอุปกรณ์บนฝ้าทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ Unidirectional Airflow โคมไฟต้องไม่ขวางลมหรือทำให้เกิดกระแสลมวนเหนือผลิตภัณฑ์ ควรคำนวณแสงจากห้องจริง โดยใส่ข้อมูลความสูงฝ้า ระนาบทำงาน สีผนัง ตำแหน่งเครื่องจักร เงาบัง และค่าเสื่อมสภาพของระบบ ไม่ควรคำนวณจากจำนวนวัตต์ต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว รอยต่อระหว่างโคมกับฝ้าต้องใช้ปะเก็นหรือซีลที่เหมาะสม ช่องเดินสายและจุดเจาะต้องปิดผนึกเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วของอากาศหรือเป็นทางนำฝุ่นจากพื้นที่เหนือฝ้า ถ้าเป็นพื้นที่วิกฤต ควรพิจารณาโคมที่สามารถบำรุงรักษาจาก Technical Ceiling หรือด้านนอกห้อง เพื่อลดการเปิดโคมและทำงานซ่อมภายในพื้นที่สะอาด

ต้องตรวจรับหลังติดตั้ง

หลังติดตั้งหรือเปลี่ยนโคมควรตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้ ค่าเฉลี่ยและค่าต่ำสุดของความสว่าง ความสม่ำเสมอและปัญหาแสงบาดตา ระบบไฟฉุกเฉิน ความเรียบร้อยของซีลและรอยต่อฝ้า ทิศทางและรูปแบบการไหลของอากาศ ความดันแตกต่างระหว่างห้อง การรั่วของ HEPA และจำนวนอนุภาคหากการติดตั้งกระทบระบบห้อง รวมถึงเอกสาร Change Control และการทวนสอบห้องตามระดับความเสี่ยง

ตัวอย่างโคมไฟคลีนรูมจาก SacredLight

สองซีรีส์หลักที่ SacredLight ออกแบบมาสำหรับโรงงานอาหาร ห้องเย็น และห้องคลีนรูมโดยเฉพาะ ทั้งคู่ผ่านมาตรฐาน NSF และ IP69K ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของการทนน้ำแรงดันสูงตามมาตรฐาน IEC เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องล้างทำความสะอาดเข้มข้น และยังใช้ได้กับห้องคลีนรูมทั่วไปที่ต้องการเพียง IP65 ขึ้นไปเช่นกัน

คลีนรูม / โรงงานอาหาร สเปกสูงสุด

SacredLight CLEAN-4 Series

100–180W ชิป Lumileds ประสิทธิภาพ 165 lm/W, IP69K, ทนกัดกร่อนระดับ C4 (ISO 12944), เลนส์ PMMA ล้างด้วยกรด–ด่างได้, ออกแบบไม่มีสกรูด้านหน้าลดความเสี่ยงวัตถุแปลกปลอมหลุดร่วง, ผ่านมาตรฐาน NSF และ มอก.1955-2551, รับประกัน 5 ปี

คลีนรูม / โรงงานอาหาร Food Grade

SacredLight MASTERPRO-C Series

100–200W ชิป Lumileds ประสิทธิภาพ 155 lm/W, IP66/IP69K, ทนแรงดันไฟกระชาก Surge 10kV, ผิวโค้งมนไม่สะสมฝุ่น (รางวัล Reddot Design Award), ผ่านมาตรฐาน NSF, รับประกัน 5 ปี

ทั้งสองรุ่นเป็นสเปกที่สูงกว่าค่าต่ำสุดที่ ISO 14644 กำหนดไว้ หากพื้นที่ของท่านเป็นห้องคลีนรูมทั่วไปที่ไม่ได้ล้างด้วยน้ำแรงดันสูง สามารถแจ้งทีมวิศวกรให้ช่วยเทียบสเปคและงบประมาณให้เหมาะกับระดับความสะอาดที่ต้องการจริงได้

เช็กลิสต์ก่อนสั่งซื้อโคมไฟคลีนรูม

  • 1. อุตสาหกรรมและกระบวนการ — ห้องใช้ในอุตสาหกรรมอะไรและมีกระบวนการใด
  • 2. ระดับความสะอาด — ต้องการ ISO Class หรือ GMP Grade เท่าใด และวัดในสภาวะใด
  • 3. ค่าแสงที่ต้องการ — ต้องการค่า Lux ที่ระนาบทำงานเท่าใด
  • 4. ลักษณะงาน — เป็นงานทั่วไป งานประกอบ งาน QC หรืองานตรวจสี
  • 5. สารทำความสะอาด — ใช้สารทำความสะอาดหรือสารฆ่าเชื้อชนิดใด
  • 6. วิธีล้าง — มีการฉีดล้างหรือใช้ VHP หรือไม่
  • 7. ฝ้าและการบำรุงรักษา — ใช้ฝ้าชนิดใดและต้องการบำรุงรักษาจากด้านไหน
  • 8. สเปกโคม — ต้องใช้ IP, CRI, CCT, Emergency หรือระบบหรี่ไฟแบบใด
  • 9. เอกสารรับรอง — โคมมีรายงาน Photometric และหลักฐาน Cleanroom Compatibility หรือไม่
  • 10. ตำแหน่งติดตั้ง — ตำแหน่งโคมกระทบ HEPA Filter และทิศทางลมหรือไม่

ห้องคลีนรูมที่ถูกต้องต้องได้รับการออกแบบเป็นระบบ ไม่ใช่เลือกเฉพาะแผ่นกรองอากาศหรือโคมไฟที่มีค่า IP สูง การกำหนด ISO Class ต้องเริ่มจากความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ส่วนค่าแสงต้องเลือกตามความละเอียดของงาน สำหรับการออกแบบเบื้องต้น ห้องคลีนรูมทั่วไปสามารถเริ่มที่ประมาณ 500 ลักซ์ งานละเอียดควรอยู่ที่ 750–1,000 ลักซ์ และงานตรวจสอบวิกฤตอาจต้องใช้ 1,000–1,500 ลักซ์หรือเพิ่มไฟเฉพาะจุด โดยควรตรวจสอบกฎหมายและมาตรฐานเฉพาะของอุตสาหกรรมก่อนสรุปแบบทุกครั้ง

ไม่แน่ใจว่าห้องของคุณต้องการ ISO Class และค่า Lux เท่าไหร่?

แจ้งขนาดพื้นที่ ระดับความสะอาด และกระบวนการทำความสะอาด ทีมวิศวกร SacredLight คำนวณค่าแสงด้วย DIALux และแนะนำโคมไฟคลีนรูมที่เหมาะสมให้ฟรี

ปรึกษาทีมวิศวกรฟรีทาง LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโคมไฟคลีนรูม

ห้องที่มีแอร์และแผ่นกรอง HEPA ถือเป็นห้องคลีนรูมหรือไม่

ยังไม่ถือว่าเป็นห้องคลีนรูม จนกว่าจะผ่านการตรวจวัดและจำแนกระดับความสะอาดตามมาตรฐาน เช่น ISO 14644-1 เพราะห้องคลีนรูมต้องควบคุมทั้งระบบอากาศ วัสดุ บุคลากร และการบำรุงรักษาร่วมกัน ไม่ใช่แค่ติดแผ่นกรองอากาศ

ห้องคลีนรูมต้องใช้ ISO Class เท่าไหร่

ขึ้นกับอุตสาหกรรมและกระบวนการ ไม่มีค่าตายตัว โรงงานอาหารทั่วไปมักอยู่ที่ ISO Class 7-8 ส่วนโรงงานยาหรือเซมิคอนดักเตอร์อาจต้องการ ISO Class 5-6 ควรกำหนดจากความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และปรึกษาผู้ออกแบบระบบ

โคมไฟ IP65 ใช้ในห้องคลีนรูมได้หรือไม่

ใช้ได้สำหรับห้องคลีนรูมทั่วไปที่ไม่มีการฉีดล้างด้วยน้ำแรงดันสูง แต่พื้นที่ที่ต้องล้างทำความสะอาดบ่อยหรือใช้ระบบ CIP ควรเลือกโคมที่ผ่าน IP69K และควรตรวจสอบเอกสาร Cleanroom Compatibility ควบคู่ไปด้วย เพราะค่า IP ไม่ได้ยืนยันเรื่องการปล่อยอนุภาคหรือความทนสารเคมี

ค่าแสงในห้องคลีนรูมต้องสว่างเท่าไหร่

ไม่มีค่าตายตัว ขึ้นกับลักษณะงาน พื้นที่ทั่วไปเริ่มที่ประมาณ 500 ลักซ์ งานประกอบชิ้นส่วนหรือ QC ควรอยู่ที่ 750-1,000 ลักซ์ ส่วนงานตรวจสอบตำหนิหรือรายละเอียดสูงอาจต้องการ 1,000-1,500 ลักซ์หรือเพิ่ม Task Light โดยควรอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO/CIE 8995-1 ร่วมกับกฎหมายไทย

ต้องตรวจสอบอะไรก่อนเลือกซื้อโคมไฟคลีนรูม

ควรตรวจสอบระดับ ISO Class หรือ GMP Grade ที่ต้องการ ค่า Lux ที่ระนาบทำงาน ชนิดสารทำความสะอาดที่ใช้ ระดับ IP และเอกสารรับรอง Cleanroom Compatibility ของโคมไฟ รวมถึงตำแหน่งติดตั้งที่ไม่รบกวนระบบ HEPA และทิศทางลม

เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight  ·  อ้างอิง: EU GMP Annex 1, ISO 14644-1/4/5/14, ISO/CIE 8995-1:2025, หลักเกณฑ์การตรวจวัดแสงสว่าง พ.ศ. 2561 (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)  ·  อัพเดทล่าสุด: สิงหาคม 2569

11 สิงหาคม 2569

ผู้ชม 14 ครั้ง

Engine by shopup.com