โทร
LINE
อีเมล
02-348-0524
@SLLED
info@sacredlight.co.th
slled.official .

Sacred Light Co., Ltd. (SL)

Your Reliable LED Partner with Expert Turn-Key Installation Team

Contact us

ดูบทความปัจจัยสำคัญในการออกแบบไฟสนามกีฬากลางแจ้ง ที่มากกว่าค่า Lux

ปัจจัยสำคัญในการออกแบบไฟสนามกีฬากลางแจ้ง ที่มากกว่าค่า Lux

หมวดหมู่: KNOWLEDGE

อัพเดทล่าสุด: กันยายน 2569  ·  เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight ผู้เชี่ยวชาญออกแบบและติดตั้งไฟสนามกีฬากลางแจ้งกว่า 15 ปีปัจจัยสำคัญในการออกแบบไฟสนามกีฬากลางแจ้ง โดย SacredLight

สนามกีฬากลางแจ้งที่ออกแบบแสงดีไม่ได้ดูแค่ค่า Lux เฉลี่ยกับความสม่ำเสมอ แต่ต้องคุมแสงที่พุ่งขึ้นฟ้า แสงแยงตาผู้เล่น และผลกระทบต่อบ้านเรือนรอบสนามไปพร้อมกัน หลายโครงการเข้าใจศัพท์พวกนี้คลาดเคลื่อนจนออกแบบผิดทิศทาง บทความนี้ไล่ทีละปัจจัยตามเอกสารทางการของ CIE 112 และ UEFA Stadium Lighting Guide 2023 เพื่อให้นำไปใช้ออกแบบหรือตรวจสเปกโคมได้ถูกต้อง

1. ทำความเข้าใจศัพท์สำคัญให้ถูกต้องก่อนเริ่มออกแบบ

งานไฟสนามกีฬากลางแจ้งมีตัวชี้วัดหลายตัวที่ฟังดูคล้ายกันแต่วัดคนละอย่าง ความสับสนที่พบบ่อยที่สุดคือการเรียกและใช้ค่าต่อไปนี้ปนกัน

  • ULR (Upward Light Ratio): นิยามของ CIE คือสัดส่วนฟลักซ์ของโคมหรือทั้งระบบที่ปล่อยตั้งแต่แนวราบขึ้นไป เมื่อโคมอยู่ในตำแหน่งติดตั้งจริง
  • Glare Rating (GR): ชื่อที่ถูกต้องคือ Glare Rating ไม่ใช่ Glare Ratio ค่านี้ขึ้นกับการกระจายความเข้มแสง มุมเล็ง จำนวนและตำแหน่งโคม ความสูงติดตั้ง และความสว่างของพื้นที่โดยรอบ
  • Obtrusive Light: ตาม CIE หมายถึง spill light ที่ก่อความรำคาญ ความไม่สบายตา การรบกวนสมาธิ หรือทำให้เห็นข้อมูลสำคัญ เช่น สัญญาณจราจร ได้ยากขึ้น ความหมายกว้างกว่าคำว่าแสงที่ส่องเข้าบ้านคนอื่นเฉยๆ
  • Spill Light: นิยามของ CIE คือแสงจากระบบที่ตกนอกขอบเขตพื้นที่ที่ออกแบบไว้

อ้างอิงมาตรฐาน: ทั้งสี่คำนี้เกี่ยวข้องกันแต่ต้องประเมินแยกกัน การลด ULR ด้วยมุมเงยหรือออปติกที่ดีขึ้นช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน แต่ไม่ได้ยืนยันว่า Glare Rating หรือแสงนอกเขตของโครงการจะผ่านเกณฑ์โดยอัตโนมัติ ต้องคำนวณแต่ละค่าที่จุดและทิศทางที่มาตรฐานกำหนดจริง

2. เลือกมาตรฐานให้เหมาะกับชนิดกีฬาและภูมิภาค

สนามกีฬากลางแจ้งแต่ละแห่งอาจต้องอ้างเอกสารคนละฉบับ ขึ้นอยู่กับชนิดกีฬา ภูมิภาค และว่ามีการถ่ายทอดสดหรือไม่ ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการเลือกอ้างอิง ไม่ใช่ตัวแทนตัวเลขเฉพาะกีฬาหรือกฎหมายท้องถิ่น

เอกสาร ขอบเขต ประเด็นหลัก
BS EN 12193:2018 กีฬากลางแจ้งและในร่มที่เล่นแพร่หลายในยุโรป ความส่องสว่าง ความสม่ำเสมอ แสงแยงตา สี วิธีวัด และแสงรบกวน
ANSI/IES RP-6-24 พื้นที่กีฬาและนันทนาการ โดยเฉพาะกรอบอเมริกา แนวปฏิบัติการออกแบบแยกตามชนิดกีฬาและระดับการเล่น
FIFA Football Stadiums Guidelines สนามฟุตบอลทุกระดับ ความสว่าง ความสม่ำเสมอ การแสดงสี การควบคุม glare และข้อกำหนดถ่ายทอดสด
CIE 112-1994 พื้นที่กีฬากลางแจ้งและพื้นที่เปิดโล่งทั่วไป ระบบประเมิน Glare Rating สำหรับทิศมองต่ำกว่าระดับสายตา
CIE 150:2017 สนามกลางแจ้งทุกประเภท กรอบจำกัดผลกระทบของแสงรบกวนต่อคนและสิ่งแวดล้อม
CIE 083:2019 การแข่งขันที่มีการถ่ายทอดสด แสงสำหรับโทรทัศน์และภาพยนตร์สี

ในทางปฏิบัติ ค่าตัวเลขรายกีฬาส่วนใหญ่อยู่ในฉบับเต็มที่ต้องซื้อหรือเข้าถึงตามสิทธิ์สมาชิก ทีมออกแบบจึงควรยืนยันเกณฑ์ที่ใช้จริงกับผู้ออกเอกสารหรือสมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปอ้างอิงในสัญญา

3. แยกความส่องสว่างแนวนอนและแนวตั้งให้ชัดเจน

สนามที่ดูสว่างจากพื้นอาจยังไม่พอสำหรับผู้เล่นหรือกล้อง เพราะค่าที่ใช้ประเมินคนละมุมมองต้องแยกกันตั้งแต่ต้น

  • ความส่องสว่างแนวนอน (Eh): วัดบนระนาบพื้นสนาม บอกว่าพื้นผิวและเส้นสนามมองเห็นชัดแค่ไหน
  • ความส่องสว่างแนวตั้ง (Ev): วัดในแนวตั้งจากทิศทางที่กำหนด สำคัญต่อการเห็นตัวผู้เล่นและใบหน้า รวมถึงคุณภาพภาพจากกล้องแต่ละตำแหน่ง

FIFA Football Stadiums Guidelines ระบุว่าไฟสนามควรให้สภาพที่ปลอดภัยและสบายตาแก่ผู้เล่น เจ้าหน้าที่ และผู้ชม มีแสงเพียงพอ ความสม่ำเสมอ การแสดงสี และการควบคุม glare ที่เหมาะสม หากสนามมีการถ่ายทอดสดต้องเพิ่มความส่องสว่างแนวตั้งจากทุกตำแหน่งกล้องที่คาดว่าจะใช้งานจริง ไม่ใช่คำนวณเฉพาะ Eh แล้วสรุปว่าเพียงพอ

4. ประเมิน Glare Rating อย่างถูกวิธี

CIE 112 กำหนดระบบ Glare Rating สำหรับพื้นที่กีฬากลางแจ้งและพื้นที่เปิดโล่งโดยเฉพาะ ใช้สเกล 10 ถึง 90 ค่ายิ่งต่ำยิ่งดี ระบบนี้ใช้ได้กับทิศมองต่ำกว่าระดับสายตาเท่านั้น และประเมิน glare ภายในหรือใกล้พื้นที่ที่ส่องสว่าง ไม่ครอบคลุม spill light ที่อยู่นอกพื้นที่นั้น

ตัวอย่างวิธีคำนวณที่เป็นรูปธรรมที่สุดมาจาก UEFA Stadium Lighting Guide ซึ่งกำหนดขั้นตอนสำหรับสนามฟุตบอลไว้ดังนี้

  • ตั้งจุดสังเกต 96 จุดตามกริดอ้างอิงของ UEFA
  • หมุนทิศมองทุก 15 องศา เริ่มจาก 0 หรือ 180 องศา ครบ 360 องศา
  • กำหนดความสูงสายตาผู้สังเกตที่ 1.75 เมตรจากพื้นสนาม
  • บันทึกค่า Glare Rating สูงสุดและทิศทางที่เกิดในแต่ละจุด

วิธีนี้เป็นกรอบเฉพาะของ UEFA สำหรับฟุตบอล ไม่ใช่จำนวนจุดสากลที่ใช้แทนได้กับทุกกีฬา สนามกีฬาประเภทอื่นควรตรวจสอบวิธีประเมินจากมาตรฐานหรือสมาคมของกีฬานั้นโดยตรง

5. ควบคุมแสงรบกวนนอกสนามและ ULR

CIE 150 ให้กรอบสำหรับจำกัดผลกระทบของแสงภายนอกต่อคนและสิ่งแวดล้อมทั้งธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้าง รายงานผลกระทบรอบสนามที่ดีควรแสดงความส่องสว่างแนวนอนและแนวตั้งที่จุดอ้างอิงรอบสนาม ความเข้มการส่องสว่างในทิศทางที่กำหนด และค่า ULR ตามมาตรฐานหรือข้อบังคับท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเกณฑ์ที่ระบุตัวเลขชัดเจนมาจาก UEFA ซึ่งกำหนดว่าระบบไฟสนามไม่ควรสร้างความส่องสว่างแนวตั้งเกิน 50 ลักซ์ ที่ความสูง 1.5 เมตร และระยะ 50 ถึง 200 เมตรจากแนวเขตสนาม สนามที่ออกแบบค่าความสว่างต่ำกว่านี้ควรควบคุมแสงรบกวนให้ต่ำลงตามไปด้วย และทุกกรณีต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก

ด้านผลกระทบจาก glare ต่อชุมชน UEFA ระบุว่าระบบไฟสนามไม่ควรก่อ disability glare หรือ discomfort glare ต่อคนในพื้นที่ใกล้เคียง และต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับผู้ขับขี่บนถนนข้างเคียงที่อาจโดนแสงพุ่งเข้าตาโดยตรง

ข้อควรระวัง: การลด ULR ด้วยมุมเงยที่ต่ำลงหรือออปติกที่ควบคุมทิศทางได้ดีขึ้นช่วยลดแสงพุ่งขึ้นฟ้าได้จริง แต่ไม่ได้แปลว่า Glare Rating หรือแสงนอกเขตจะผ่านเกณฑ์ไปด้วยโดยอัตโนมัติ ทั้งสามค่าต้องคำนวณแยกกันตามจุดและทิศทางที่มาตรฐานกำหนด และตัวเลขลำแสงแคบหรือกว้างจากแค็ตตาล็อกอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องตรวจผลจากไฟล์โฟโตเมตริกของรุ่น มุมเล็ง และอุปกรณ์เสริมจริงประกอบกัน

6. เลือกออปติกและมุมเล็งให้ลดผลกระทบตั้งแต่การออกแบบ

ออปติกแบบอสมมาตร มุมเล็งที่เหมาะสม แผ่นบังแสง และตะแกรงบังแสงช่วยจำกัดแสงที่ไม่ต้องการได้ แต่ต้องเลือกจากผลการคำนวณจริงของรุ่นโคม ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อมุมลำแสงหรือภาพประกอบในโบรชัวร์

UEFA ให้แนวทางทั่วไปสำหรับสนามฟุตบอลว่า มุมเล็งของโคม LED ไม่ควรเกิน 60 องศาจากเส้นตั้งฉากกับพื้นสนาม เพื่อลดโอกาสเกิด discomfort glare ต่อผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ แต่เอกสารเดียวกันย้ำว่าต้องประเมินใหม่ตามชนิดโคม LED ที่เลือกใช้จริงและข้อจำกัดของโครงสร้างสนาม ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่ใช้แทนได้ทุกกรณี โคมแบบแผงแบน (flat panel) โดยเฉพาะต้องตรวจสอบมุมเล็งอย่างละเอียดกว่าโคมแบบจุดกำเนิดแสงเดี่ยวทั่วไป

7. ยืนยันด้วยข้อมูลโฟโตเมตริกจริง ไม่ใช่ค่าประมาณ

ทุกค่าที่กล่าวมาข้างต้น ทั้ง ULR, Glare Rating และแสงนอกเขต คำนวณได้แม่นยำก็ต่อเมื่อใช้ข้อมูลจากโคมรุ่นจริงเท่านั้น เอกสารที่ควรขอจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจมีดังนี้

  • 1. รายงานทดสอบตาม ANSI/IES LM-79-24 ซึ่งกำหนดวิธีวัดที่ทำซ้ำได้สำหรับฟลักซ์ส่องสว่าง กำลังไฟ ประสิทธิผล การกระจายความเข้มการส่องสว่าง และข้อมูลสีของผลิตภัณฑ์ Solid State Lighting
  • 2. ไฟล์ IES หรือ LDT ที่ตรงกับรุ่น กำลังไฟ เลนส์ และอุปกรณ์บังแสงที่เสนอจริง ไม่ใช่ไฟล์ตัวอย่างจากรุ่นใกล้เคียง
  • 3. ผลคำนวณ ULR ของระบบตามตำแหน่งและมุมเล็งติดตั้งจริง ไม่ใช่ค่า ULR ของโคมเดี่ยวในห้องทดสอบ
  • 4. ผลคำนวณ Glare Rating ตามตำแหน่งผู้สังเกตและทิศทางที่มาตรฐานหรือสมาคมกีฬากำหนด
  • 5. รายงานความส่องสว่างที่จุดรับผลกระทบรอบสนาม สำหรับยื่นต่อหน่วยงานอนุญาตหากโครงการต้องการ

ไฟล์โฟโตเมตริกเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับออกแบบ ไม่ใช่ผลรับรองว่าติดตั้งแล้วจะผ่านเกณฑ์ทันที การผ่านจริงต้องมาจากการคำนวณระบบทั้งชุดที่ใส่ตำแหน่ง ความสูง มุมเล็ง และค่า Maintenance Factor ให้ตรงกับโครงการ แล้วตรวจวัดยืนยันอีกครั้งหลังติดตั้ง

8. เตรียมพร้อมสำหรับงานถ่ายทอดสด สี และ Flicker

สนามที่อาจมีการถ่ายทอดสดต้องกำหนดค่าที่สัมพันธ์กับกล้องและอัตราเฟรมตั้งแต่ขั้นออกแบบ ไม่ควรสรุปว่าใช้โคม LED แล้วจะไม่มีปัญหา Flicker โดยอัตโนมัติ เพราะสมรรถนะจริงยังขึ้นกับไดรเวอร์ วิธีหรี่แสง และความถี่มอดูเลชันของแต่ละรุ่น CIE 083:2019 ครอบคลุมความส่องสว่างแนวตั้ง ความสม่ำเสมอ Flicker อุณหภูมิสี และการแสดงสีสำหรับงานโทรทัศน์และภาพยนตร์โดยเฉพาะ

ฉบับปรับปรุงของ BS EN 12193:2018 เพิ่มข้อกำหนดด้านการถ่ายทอดโทรทัศน์และภาพยนตร์ไว้ชัดเจนขึ้น รวมถึงนำค่า Television Lighting Consistency Index หรือ TLCI มาใช้แทนค่าการแสดงสีทั่วไปสำหรับกล้องถ่ายทอดสด และเพิ่มข้อกำหนดลด Flicker สำหรับกล้องบันทึกภาพสโลว์โมชันโดยเฉพาะ การเลือกดูเฉพาะค่า CRI หรืออุณหภูมิสีเพียงอย่างเดียวจึงไม่ครอบคลุมคุณภาพภาพที่ต้องการทั้งหมด

9. เลือกวัสดุและวางแผนบำรุงรักษาให้ทนสภาพแวดล้อมจริง

IEC 60598-2-5 กำหนดข้อกำหนดเฉพาะสำหรับโคมฟลัดไลท์ ส่วนระดับการป้องกันเปลือกหุ้มดูจาก IP Code ตาม IEC 60529 และระดับการป้องกันแรงกระแทกจากภายนอกดูจาก IK Code ตาม IEC 62262 อย่างไรก็ตาม ไม่มีค่า IP หรือ IK ค่าเดียวที่เหมาะกับทุกสนาม ต้องเลือกตามฝน ฝุ่น ไอเกลือ การกัดกร่อน ความเสี่ยงถูกกระแทก และการเข้าถึงเพื่อบำรุงรักษาของแต่ละพื้นที่จริง

ผลของแสงที่ลดลงตามอายุใช้งานและการสะสมสิ่งสกปรกต้องเผื่อไว้ตั้งแต่ขั้นออกแบบเช่นกัน ISO/CIE TS 22012:2019 ให้แนวทางกำหนด Maintenance Factor สำหรับระบบภายนอกและภายในจากสมรรถนะผลิตภัณฑ์และสภาพแวดล้อมจริง เพื่อให้ค่าที่ออกแบบไว้ยังคงผ่านเกณฑ์ตลอดรอบบำรุงรักษา ไม่ใช่ผ่านเฉพาะวันแรกที่เปิดใช้งาน

10. คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพและระบบนิเวศ

CIE Position Statement 2025 ระบุว่าแสงยามค่ำคืนมีประโยชน์ต่อความปลอดภัยและการมองเห็น แต่ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อาจรวมถึงการรบกวนการนอนหลับและจังหวะชีวภาพของคน การรบกวนการผสมพันธุ์ การอพยพ และการผสมเกสรของสิ่งมีชีวิตอื่น รวมถึงปรากฏการณ์ sky glow ที่บดบังการมองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน

แนวทางลดผลกระทบที่ CIE แนะนำเน้นที่การออกแบบให้ดีตั้งแต่ต้น การทำความเข้าใจบริบทพื้นที่โดยรอบ และการเลือกระบบควบคุมที่ปรับระดับความสว่างหรือช่วงเวลาใช้งานได้ตามความจำเป็นจริง แทนที่จะเปิดไฟเต็มกำลังตลอดเวลาโดยไม่จำเป็น

สรุป

ไฟสนามกีฬากลางแจ้งที่ออกแบบดีต้องตอบโจทย์พร้อมกันสามด้าน คือผู้เล่นมองเห็นชัดและไม่แยงตา ผู้ชมและกล้องได้ภาพที่มีคุณภาพเมื่อจำเป็น และชุมชนรอบสนามไม่ได้รับผลกระทบเกินควร การเข้าใจศัพท์อย่าง ULR, Glare Rating และ Obtrusive Light ให้ถูกต้อง เลือกมาตรฐานให้ตรงกับชนิดกีฬา และยืนยันทุกค่าด้วยข้อมูลโฟโตเมตริกของโคมรุ่นจริง คือรากฐานที่ทำให้โครงการไม่ต้องแก้ไขภายหลังการติดตั้ง

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไปโดยอ้างอิงเอกสารทางการของ CIE, UEFA, FIFA, BSI และ IEC ไม่ใช้แทนการออกแบบ การเลือกมาตรฐานเฉพาะโครงการ หรือการอนุมัติโดยวิศวกรและผู้มีอำนาจรับผิดชอบพื้นที่จริง

อยากได้โคมไฟสนามกีฬาที่คุมแสงแยงตาและแสงรบกวนได้ตั้งแต่แบบ?

ส่งขนาดสนามและตำแหน่งพื้นที่ข้างเคียงมาได้เลย ทีมวิศวกร SacredLight ช่วยจำลองแสงด้วย DIALux พร้อมประเมิน ULR และ Glare Rating ให้ฟรีก่อนตัดสินใจ

ปรึกษาทีมวิศวกรฟรีทาง LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัจจัยออกแบบไฟสนามกีฬากลางแจ้ง

ULR กับ Glare Rating ต่างกันอย่างไร ควบคุมตัวเดียวพอไหม

ULR วัดสัดส่วนแสงที่พุ่งขึ้นเหนือแนวราบจากโคม ส่วน Glare Rating วัดความรบกวนสายตาของผู้สังเกตในพื้นที่สนาม ทั้งสองเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ใช่ค่าเดียวกัน การลด ULR ช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วนแต่ไม่รับประกันว่า Glare Rating จะผ่านเกณฑ์ ต้องคำนวณแยกกันทั้งคู่

Obtrusive Light กับแสงที่ส่องเข้าบ้านคนอื่นเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

ไม่ทั้งหมด ตามนิยามของ CIE คำว่า Obtrusive Light ครอบคลุมกว้างกว่านั้น รวมถึงแสงที่ก่อความรำคาญ ความไม่สบายตา การรบกวนสมาธิ หรือทำให้เห็นข้อมูลสำคัญอย่างสัญญาณจราจรได้ยากขึ้น ไม่ใช่แค่กรณีแสงส่องเข้าหน้าต่างบ้านเท่านั้น

โคม LED รับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่มี Flicker

ไม่ได้รับประกันโดยอัตโนมัติ สมรรถนะด้าน Flicker ยังขึ้นอยู่กับไดรเวอร์ วิธีหรี่แสง และความถี่มอดูเลชันของแต่ละรุ่น สนามที่มีโอกาสถ่ายทอดสดหรือใช้กล้องความเร็วสูงควรขอรายงานทดสอบ Flicker จากผู้ผลิตประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่สรุปเองว่าใช้ LED แล้วจะไม่มีปัญหา

มุมเล็งโคมสนามกีฬาควรตั้งเท่าไหร่

UEFA ให้แนวทางทั่วไปสำหรับสนามฟุตบอลว่ามุมเล็งของโคม LED ไม่ควรเกิน 60 องศาจากเส้นตั้งฉากกับพื้นสนาม เพื่อลดโอกาสเกิดแสงแยงตาผู้เล่น แต่ตัวเลขนี้ต้องประเมินใหม่ตามชนิดโคมและข้อจำกัดของโครงสร้างสนามแต่ละแห่ง ไม่ใช่ค่าตายตัวที่ใช้แทนกันได้ทุกกรณี

ต้องการติดตั้งโคมไฟสนามกีฬาที่คุมค่าพวกนี้ได้ ต้องเริ่มจากอะไร

เริ่มจากส่งขนาดสนาม ตำแหน่งพื้นที่ข้างเคียงที่ต้องระวังแสงรบกวน และระดับการใช้งานที่ต้องการให้ทีมวิศวกรประเมิน จากนั้นจึงจำลองแสงด้วย DIALux โดยใช้ไฟล์โฟโตเมตริกของโคมรุ่นจริงเพื่อคำนวณทั้งค่า Lux, ULR และ Glare Rating ก่อนเสนอแบบและใบเสนอราคา

เขียนโดยทีมวิศวกร SacredLight  ·  อ้างอิง: CIE 112-1994, CIE 150:2017, CIE 083:2019, CIE Position Statement on Obtrusive Light and Light Pollution 2025, UEFA Stadium Lighting Guide 2023, FIFA Football Stadiums Guidelines, BS EN 12193:2018, ANSI/IES RP-6-24, ANSI/IES LM-79-24, IEC 60598-2-5, IEC 60529, IEC 62262, ISO/CIE TS 22012:2019  ·  อัพเดทล่าสุด: กันยายน 2569

08 กันยายน 2569

ผู้ชม 215 ครั้ง

Engine by shopup.com