เขียนโดยทีมวิศวกรออกแบบแสง Sacred Light ผู้เชี่ยวชาญไฟสนามกีฬาและสปอร์ตไลท์ LED
อัพเดทล่าสุด: สิงหาคม 2569
ไฟสนามฟุตบอลที่ดีไม่ได้วัดจากกำลังวัตต์ จำนวนลูเมน หรือความสว่างเฉลี่ยเพียงตัวเดียว ระบบต้องช่วยให้ผู้เล่นติดตามลูกบอลและกะระยะได้แม่นยำ ให้ผู้ตัดสินมองเห็นเหตุการณ์สำคัญ ผู้ชมดูการแข่งขันได้โดยไม่ถูกรบกวนจากแสงแยงตา และทำให้กล้องถ่ายทอดสดบันทึกภาพได้สม่ำเสมอจากหลายทิศทาง
FIFA จึงพิจารณาทั้ง Illuminance, Uniformity, Glare, Flicker, Colour Rendering, Colour Temperature, ระบบควบคุมแสง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความต่อเนื่องของแหล่งจ่ายไฟ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะค่า Lux เท่านั้น บทความนี้เรียบเรียงจาก FIFA Lighting Guide 2020, FIFA Stadium Guidelines, FIFA Quality Programme for Floodlights และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องของ CIE และ EBU เพื่อให้เห็นภาพว่าการออกแบบไฟสนามฟุตบอลระดับสากลต้องตรวจสอบอะไรบ้าง
FIFA Lighting Guide 2020 แบ่งสมรรถนะของระบบแสงสำหรับสนามที่มีการถ่ายทอดสดออกเป็น Standard A ถึง D และกล่าวถึง Standard E สำหรับสนามที่ไม่น่าจะมีการถ่ายทอดสด ส่วนสนามฝึกซ้อมใช้ระบบ Grade 1-3 แยกต่างหาก การใช้ระดับใดกับการแข่งขันจริงอาจเปลี่ยนไปตาม Host Agreement, Competition Regulations และ Event Manual ของรายการนั้น ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกสนาม
ในอีกด้านหนึ่ง FIFA Quality Programme for Floodlights ใช้เครื่องหมาย FIFA Quality Pro, FIFA Quality และ FIFA Basic การรับรองตามโปรแกรมนี้เป็นการรับรอง "ระบบไฟที่ติดตั้งแล้ว" หลังผ่านกระบวนการตรวจผลิตภัณฑ์ การตรวจแบบจำลอง และการทดสอบหน้างานโดยสถาบันที่ FIFA รับรอง จึงไม่ควรนำคำว่า FIFA-certified ไปใช้กับโคมเดี่ยวโดยอาศัยเพียงแคตตาล็อกหรือผลจำลองแสง ดูโคมไฟสปอร์ตไลท์ที่ใช้ออกแบบระบบได้ที่ โคมไฟสปอร์ตไลท์ LED สำหรับสนามกีฬา
ตารางต่อไปนี้เป็นค่าหลักแบบย่อจาก FIFA Lighting Guide 2020 เพื่อใช้ทำความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่สเปกจัดซื้อฉบับสมบูรณ์ เพราะคู่มือฉบับเต็มยังมีค่า Minimum Illuminance, Vertical Uniformity เพิ่มเติม, MAUR, Colour, Power Supply และวิธีทดสอบโดยละเอียดอีกมาก
| ระดับ | Eh Average | Ev Average | U1h | U2h | Flicker Factor | Glare Rating |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Standard A | มากกว่า 2,500 lux | มากกว่า 1,500 lux | มากกว่า 0.50 | มากกว่า 0.70 | เฉลี่ยและสูงสุด ต่ำกว่า 1% | RG ต่ำกว่า 50 |
| Standard B | มากกว่า 2,000 lux | มากกว่า 1,000 lux | มากกว่า 0.50 | มากกว่า 0.70 | เฉลี่ยต่ำกว่า 12%, สูงสุดต่ำกว่า 15% | RG ต่ำกว่า 50 |
| Standard C | มากกว่า 1,250 lux | มากกว่า 700 lux | มากกว่า 0.40 | มากกว่า 0.60 | เฉลี่ยต่ำกว่า 20%, สูงสุดต่ำกว่า 30% | RG ต่ำกว่า 50 |
| Standard D | มากกว่า 1,000 lux | มากกว่า 400 lux | มากกว่า 0.40 | มากกว่า 0.60 | ไม่กำหนดในตาราง | RG ต่ำกว่า 50 |
ที่มา: FIFA Lighting Guide 2020, หน้า 11-14
Horizontal Illuminance (Eh) คือปริมาณแสงที่ตกกระทบบนระนาบแนวนอนของสนาม มีผลต่อการมองเห็นพื้นสนาม เส้นสนาม และตำแหน่งของลูกบอลบนพื้น
Vertical Illuminance (Ev) คือปริมาณแสงที่ตกกระทบบนระนาบแนวตั้ง มีความสำคัญต่อการเห็นใบหน้า ลำตัว ลูกบอลที่ลอยอยู่ และภาพจากกล้อง FIFA ใช้ระนาบแนวตั้งสี่ทิศทางที่ 0, 90, 180 และ 270 องศา เพื่อประเมินว่ากล้องจากด้านต่าง ๆ ได้รับแสงเพียงพอหรือไม่
สนามที่มีค่า Eh สูงแต่ Ev ต่ำอาจดูสว่างสำหรับสายตาคนในสนาม แต่ภาพถ่ายทอดสดอาจมีใบหน้ามืด สีไม่สม่ำเสมอ หรือรายละเอียดหายไปเมื่อเปลี่ยนมุมกล้อง
ค่าเฉลี่ย Lux ที่สูงไม่ได้หมายความว่าแสงทั่วสนามดีเสมอไป หากบางบริเวณสว่างจัดและบางบริเวณมืด ผู้เล่นกับกล้องต้องปรับตัวตลอดเวลา FIFA จึงใช้ค่า Uniformity สองตัวหลัก
นอกจาก U1 และ U2 แล้ว สนามระดับสูงยังต้องพิจารณา Minimum Adjacent Uniformity Ratio หรือ MAUR เพื่อลดการเปลี่ยนระดับแสงอย่างฉับพลันระหว่างจุดที่อยู่ติดกัน
Glare ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสว่างของโคมเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการกระจายความเข้มแสง จำนวนโคม ตำแหน่งติดตั้ง ความสูง มุมเล็ง และทิศทางที่ผู้เล่นกำลังมอง FIFA อ้างอิงวิธี CIE 112-1994 และกำหนด Glare Rating ต่ำกว่า 50 ในตาราง Standard A-D
ดังนั้นการแก้ปัญหา Glare ไม่ควรเริ่มจากการลดกำลังวัตต์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับ Optical Distribution, Aiming Angle, Mounting Position และอุปกรณ์ควบคุมแสง เช่น Visor หรือ Shield ร่วมกัน
Flicker คือการเปลี่ยนแปลงของแสงตามเวลา ซึ่งอาจไม่เห็นชัดด้วยตาเปล่า แต่ปรากฏเป็นแถบหรือการกระพริบในภาพ Slow Motion ได้ FIFA Lighting Guide ระบุชัดว่า Flicker ของ LED ขึ้นอยู่กับชนิดของแหล่งจ่ายไฟ และการทำงานจริงยังสัมพันธ์กับ Dimming, Refresh Rate และ Camera Sensor Readout
Standard A กำหนด Flicker Factor ทั้งค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุดต่ำกว่า 1% ไม่ใช่ศูนย์ การเลือกโคมจึงควรดูผลทดสอบร่วมกับ LED Driver และระบบควบคุมในโหมดใช้งานจริง ไม่ใช้คำโฆษณา "Flicker-free" แทนการวัด
CRI หรือ Ra ใช้ประเมินความสามารถในการแสดงสีเมื่อเทียบกับแหล่งอ้างอิง ตาราง FIFA 2020 กำหนด Ra อย่างน้อย 80 สำหรับ Standard A/B และอย่างน้อย 70 สำหรับ Standard C/D แต่ FIFA ยังแนะนำให้พิจารณา Extended CRI โดยเฉพาะ R9 และใช้ TLCI เป็นข้อมูลเสริมสำหรับงานโทรทัศน์
TLCI จำลองการตอบสนองของระบบกล้องและจอภาพ จึงช่วยประเมินภาระการแก้สีในงานผลิตรายการได้ดี อย่างไรก็ตาม ไม่พบข้อกำหนด FIFA 2020 ที่บังคับ TLCI 90 ทุกสนาม ค่าที่โครงการต้องการควรมาจาก Broadcast Brief หรือข้อกำหนดของ Host Broadcaster
ข้อควรระวัง: อย่ารับประกันค่า CRI/TLCI 90 ว่าเป็นข้อบังคับ FIFA ทั่วไป หากลูกค้าต้องการค่านี้ ให้ระบุว่าเป็นสมรรถนะผลิตภัณฑ์หรือเงื่อนไขเฉพาะของ Broadcast ไม่ใช่ข้อกำหนดมาตรฐาน FIFA Lighting Guide 2020
FIFA ระบุใน Quality Programme ปัจจุบันว่าระบบไฟมีความสำคัญต่อเทคโนโลยีที่ใช้กล้อง เช่น VAR และ Goal-line Technology รวมทั้งคุณภาพภาพสำหรับผู้ถ่ายทอดสด จุดสำคัญไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่รวมถึง Vertical Illuminance, Uniformity, Flicker และเงาของผู้เล่น
การเขียนว่า "ต้องไม่มีเงาเลย" เป็นคำกล่าวที่แรงเกินไป คู่มือ FIFA ใช้แนวคิดกำจัด Hard Shadow และลดให้เหลือ Soft Shadow ด้วยแหล่งกำเนิดแสงจากหลายตำแหน่ง เพื่อให้ผู้เล่นและกล้องได้รับแสงจากหลายทิศทาง
สำหรับสนามขนาดมาตรฐาน 105 x 68 เมตร FIFA Lighting Guide ใช้ตารางทดสอบ 96 จุด แต่ละจุดวัด Eh หนึ่งค่าและ Ev สี่ทิศทาง รวม 480 ค่า โดยวางเครื่องวัดที่ความสูง 1 เมตรเหนือพื้นสนาม เครื่องมือต้องผ่านการสอบเทียบภายใน 12 เดือน และผู้ทดสอบควรมีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นอิสระ และเป็นกลาง
รายงานจำลองจากซอฟต์แวร์ เช่น DIALux, Relux หรือ AGi32 จำเป็นในช่วงออกแบบ แต่การยืนยันสมรรถนะสุดท้ายต้องพิจารณาผลทดสอบหลังติดตั้ง เพราะค่าจริงได้รับผลจากตำแหน่งโคม มุมเล็ง การสูญเสียแสง สภาพพื้นผิว แรงดันไฟฟ้า และสภาพหน้างาน
สนามระดับการแข่งขันไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนโคม แต่ต้องกำหนดโครงสร้างแหล่งจ่ายไฟหลัก แหล่งจ่ายสำรอง ระบบสวิตช์อัตโนมัติ UPS ในส่วนที่จำเป็น และ Match Continuity Mode ให้สัมพันธ์กับระดับการแข่งขัน Standard A ต้องการความต่อเนื่องของแสงโดยไม่มีการหยุดชะงัก และแหล่งจ่ายหลักกับแหล่งจ่ายรองต้องรองรับโหลด Floodlight ตามข้อกำหนด
การเพิ่ม Generator หรือ UPS ภายหลังอาจมีต้นทุนสูงและกระทบระบบไฟฟ้าทั้งสนาม จึงควรออกแบบ Power Resilience พร้อมระบบไฟตั้งแต่ระยะ Concept Design ของโครงการ
LED และระบบ DMX ช่วยสร้างฉากแสงก่อนการแข่งขันได้ แต่ระบบต้องมี Master Override ที่เรียก Full Match Lighting กลับมาได้ทันที FIFA แนะนำการไล่ระดับแสงจาก 0% สู่ 100% ในช่วงประมาณ 5-10 วินาที เพื่อลดความไม่สบายตาและช่วยให้กล้องปรับ Exposure ได้อย่างนุ่มนวล
ไฟแข่งขันต้องกลับสู่สภาวะเต็มก่อนผู้เล่นออกจากอุโมงค์ ห้ามเปลี่ยนสภาพแสงระหว่างการแข่งขันและช่วงพักครึ่ง ส่วนไฟฉุกเฉินและไฟทางหนีต้องทำงานตลอดเวลา FIFA ยังไม่แนะนำ Stroboscopic Effects เนื่องจากความเสี่ยงต่อผู้ที่ไวต่อแสงกระพริบ
แสงที่ออกนอกพื้นที่อาจรบกวนบ้านพัก ถนน ผู้ขับขี่ และสภาพแวดล้อม FIFA 2020 ให้ค่า 50 lux บนระนาบแนวตั้งที่ความสูง 1.5 เมตร ในช่วง 50-200 เมตรจากขอบสนามเป็นค่าอ้างอิง พร้อมย้ำให้ปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานท้องถิ่นด้วย เพราะข้อกำหนดในพื้นที่อาจเข้มงวดกว่า
แนวทางลดผลกระทบประกอบด้วยการใช้เลนส์ Asymmetric ที่เหมาะสม ลดมุมยิงแสงที่ไม่จำเป็น ใช้ Visor หรือ Shield จำกัดแสงด้านหลังและด้านบน และจัดทำ Lighting Impact Report รอบสนาม มาตรฐาน CIE 150:2017 และแนวทางล่าสุดของ CIE ยังเน้นว่าการควบคุม Obtrusive Light ควรเริ่มตั้งแต่ขั้นออกแบบ
โดยสรุป มาตรฐานไฟสนามฟุตบอล FIFA เป็นเรื่องของคุณภาพระบบทั้งหมด ไม่ใช่กำลังวัตต์ของโคมเพียงตัวเดียว โครงการที่ประสบความสำเร็จต้องเชื่อมโยงการออกแบบแสง โครงสร้างติดตั้ง ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม งานถ่ายทอดสด การบำรุงรักษา และผลกระทบต่อชุมชนเข้าด้วยกัน หากกำลังวางแผนสนามใหม่หรือปรับปรุงสนามเดิม ควรเริ่มจากการกำหนดระดับการแข่งขันและ Broadcast Brief ก่อนทำ Lighting Simulation เพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกโคมที่สว่างมากแต่ไม่ตอบโจทย์ Uniformity, Glare, Flicker หรือกล้องถ่ายทอดสด
ให้ทีมวิศวกร Sacred Light ช่วยออกแบบ Lighting Calculation สำหรับสนามฟุตบอลของคุณตามระดับการแข่งขันที่ต้องการ
ปรึกษาทีมวิศวกรทาง LINEขึ้นกับระดับการแข่งขันและการถ่ายทอดสด FIFA Lighting Guide 2020 ให้ค่า Eh Average ตั้งแต่มากกว่า 1,000 lux สำหรับ Standard D ถึงมากกว่า 2,500 lux สำหรับ Standard A แต่การเลือกค่าจริงต้องดู Host Agreement และ Competition Regulations ของรายการนั้นประกอบ
สำคัญทั้งคู่ Eh เกี่ยวข้องกับแสงบนพื้นสนาม ส่วน Ev สำคัญต่อการเห็นตัวผู้เล่น ลูกบอลในอากาศ และกล้องจากหลายทิศทาง สนามที่มีการถ่ายทอดสดจึงต้องออกแบบค่า Ev อย่างละเอียดควบคู่กับ Eh เสมอ
ไม่ใช่ Flicker ขึ้นอยู่กับ LED Driver ระบบ Dimming รูปคลื่นไฟฟ้า และการทำงานร่วมกับกล้อง ต้องดูผลทดสอบจริงประกอบการตัดสินใจ ไม่ควรพิจารณาจากคำว่า LED เพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่ข้อบังคับทั่วไปตามตาราง FIFA Lighting Guide 2020 ซึ่งกำหนด Ra อย่างน้อย 80 สำหรับ Standard A/B และอย่างน้อย 70 สำหรับ Standard C/D ส่วนค่า CRI 90 หรือ TLCI สูงมักเป็นข้อกำหนดเพิ่มเติมของงาน Broadcast ไม่ใช่ของ FIFA โดยตรง
ไม่ควรสรุปเช่นนั้น FIFA Quality Programme ในปัจจุบันรับรองระบบไฟที่ติดตั้งแล้วและผ่านกระบวนการตรวจครบถ้วน รวมถึงการทดสอบหน้างาน ไม่ใช่การรับรองโคมเดี่ยวจากแคตตาล็อกหรือผลจำลองเพียงอย่างเดียว
บทความนี้เรียบเรียงโดยทีมวิศวกรออกแบบแสง Sacred Light จาก FIFA Lighting Guide 2020, FIFA Stadium Guidelines, FIFA Quality Programme for Floodlights และมาตรฐานของ CIE และ EBU เพื่อใช้เป็นความรู้เบื้องต้นประกอบการวางแผนโครงการ ตัวเลขทั้งหมดต้องตรวจสอบซ้ำกับ Competition Regulations, Host Agreement, Broadcast Brief และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนใช้ในแบบก่อสร้าง สเปกจัดซื้อ หรือคำรับรองการผ่านมาตรฐาน ไม่ใช่แทนการออกแบบหรือการอนุมัติโดยวิศวกรและหน่วยงานผู้รับผิดชอบ
แหล่งอ้างอิง
08 กันยายน 2569
ผู้ชม 262 ครั้ง